Vorapong's profileMR.T's blogBlog Tools Help

Blog


    June 17

    บล๊อกแรกที่ญี่ปุ่น

     

    ขอบคุณน้องตั้ม รัดจิ แน็ค ดรีม ฝ้าย กิศ และ พี่หมี สำหรับการคอมเมนต์นะครับ
    ตั้งแต่เปิดบล๊อกมาก็เป็นครั้งแรกหละครับที่เว้นว่างไม่ได้เขียนบล๊อกติดกันเป็นเวลานานเกือบ 3 เดือน
    ทุกทีไม่ได้เขียนแค่ 3 อาทิตย์ก็เริ่มรู้สึกว่าทิ้งนานเกินไปหน่อยแล้ว
    ไม่ใช่ว่าเรียนหนักหรือว่ายุ่งอะไรนะครับ
    แค่ไม่มีอารมณ์เขียน แล้ว ก็ไม่มีความกระหายจะเขียน
    ไม่รู้สิ
    อยู่นี่ก่อนจะมาใคร ๆ ก็บอกว่ามันจะเหงาแต่พอได้มาถึงจริง ๆ ก็ไม่ได้เหงาอย่างที่ว่า
    เพื่อน ๆ สนุก ๆ อยู่กันเยอะมาก ๆ แล้วก็ไม่เคยได้รู้สึกเหงาเลย
    แต่ก็เหมือนกับว่าขาดอะไรไปเยอะเหมือนกันท่ามกลางความไม่เหงา
    มีคนคุยด้วยมากมายเรียกว่าอยากคุยเมื่อไหร่ก็มีคนคุยด้วยตลอดเวลา (คุยสนุกมาก ๆ ด้วย ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่นี่ทุกคนที่ถึงแม้ว่าเราจะแอบเก็บตัวแยกออกจากสังคม ก็ยังดึงเราไปคุยสนุกด้วยได้)
    แต่การขาดคนที่เรียกว่าครอบครัวไปเนี่ย..........สำหรับเราแล้วถึงแม้ไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ร้องไห้ homesick แต่ก็ทำให้รู้สึกโล่งโหวง ๆ เหมือนกับขาดอวัยวะอะไรไปบางอย่างเหมือนกันนะครับ
    แต่เรื่องพวกนี้เดี๋ยวก็คงชินหละครับ

    อ้อ ขอแจ้งสถานการณ์ตอนนี้ก่อนนะครับ
    สถานการณ์ตอนนี้ต้นมาเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น
    โดยมีความหวังว่าจะได้เรียนป.โท และ ป.เอกที่นี่ (ยังเลือนลางอยู่ แต่พยายามให้จงได้คอยดูสิ)........ต้องสอบเข้าเดือนสิงหานี้ครับ ส่วนหลังสอบเข้าจะวิจัยเรื่อง..............อุ๊บเกือบหลุด
    ตอนนี้อยู่ในช่วงเรียนภาษาอยู่ครับเรียนไปได้ครึ่งเทอมแล้ว เพิ่งสอบมิดเทอมเสร็จไปเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาเองครับ
    อย่าไปพูดถึงผลสอบเลยครับ ช่างมานนนนเทอะขอร้องหละ
    เราอาจจะเป็นพวกไม่ถนัดกับการเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ เช่นการเรียนภาษาใหม่ ๆ จริง ๆ ด้วยเนอะ
    เราสนุกกับการเรียนภาษาไทยให้ลึก สนุกกับการเรียนราชาศัพท์ยาก ๆ สนุกกับการอ่านวรรณคดียาก ๆ วิเคราะห์รูปประโยค วิเคราะห์ความเกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรม(เป็นเรื่องที่ชอบนะ ให้ทำก็ไม่ได้เรื่องหรอก)
    แต่ให้มาเริ่มเรียนภาษาให้มาท่องตัวอักษร ท่องศัพท์ ท่องแกรมม่า เนี่ย ไม่ค่อยสนุกเลยจริง ๆ นะ

    การเริ่มต้นไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่
    มันก็คงต้องใช้ความจำหละเนอะ อาจจะเป็นเพราะอย่างงี้ถึงไม่ชอบการเริ่มต้นใหม่กับอะไรก็ตามเหอะ
    แต่ชอบที่จะยึดมั่น ยึดติดกับสิ่งเดิมนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
    ไม่รู้ว่าความดื้อด้านแบบนี้ สุดท้ายแล้วจะนำเราไปที่ไหนเนอะ
    ไม่รู้สิ ตอนนี้รู้สึกว่าการเรียนภาษาทำให้เรามีโอกาสได้ใช้ความคิดน้อยลงเล็กน้อย
    มีโอกาสจะนั่งคิดอะไรสนุก ๆ ใส่ลงบล๊อกตัวเองน้อยลงด้วยมั๊งเลยทำให้ทิ้งเขียนบล๊อกไปนาน
    เมื่อกี๊ไปนั่งอ่านบล๊อกรัดจิเขียนเรื่อง existentialism (ใช่เปล่าหว่าลืมไปแล้ว)
    ก็เลยมีไฟทำให้อยากเขียนบล๊อกขึ้นมา
    บวกกับตอนนี้ง่วง ๆ มึน ๆ (จากการนอนมากเกินไป)
    เลย.............เขียนบล๊อกดีกว่า

    ตอนนี้ชีวิตที่ญี่ปุ่นยังมีความสุขอยู่ครับ
    มีความสุขกับชีวิตคนที่นี่ ที่ใครใครก็บอกว่าชีวิตที่นี่เครียดสังคมที่นี่เครียด
    แต่ตอนนี้ก็กลับชอบความเครียดนี้
    ชอบที่จะได้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่คนส่วนใหญ่พร้อมจะปฏิบัติตามนั้นโดยไม่มีบิดพริ้ว
    ชอบที่จะทำอะไรซ้ำ ๆ ในสิ่งที่ทุกคนคิดว่าดี
    ชอบที่จะได้ทำงานกับคนขยัน คนเก่ง และคนดี ซักวันมันต้องดีดเราไปที่ที่เก่งกว่านี้สินะ

    อยู่นี่จิง ๆ แล้วก็มีเวลาว่างเท่า ๆ กับที่ไทยหละนะ
    แต่เวลาเล่นเน็ตมีมากขึ้น
    เนื่องจากว่าทีวีไม่มีแล้วก็ยังไม่ได้ซื้อ (พี่ที่อยู่นี่บอกว่าซื้อไปก็ไม่ได้ดู เพราะว่าฟังไม่รู้เรื่อง แล้วคนญี่ปุ่นบางคนก็ไม่แนะนำให้ดูเพราะว่าภาษาในทีวีมันสกปรก)
    การ์ตูนไม่มีอ่าน (อ่านไม่รู้เรื่องนอกจากเล่มที่หยิบมาจากไทยแค่ 4 เล่ม)
    ก็เลยอยู่กับคอมพิวเตอร์นี่แหละทั้งวันทั้งคืน สายตาต้องสั้นขึ้นแน่นอนเลย
    แต่ก็มีเวลาได้อ่านทวนบล๊อกของตัวเอง(ไม่ค่อยหรอก) ที่ได้ทวนจริง ๆ ก็เป็นบล๊อกของเพื่อน ๆ มากกว่า (นิสัยสอดรู้สอดเห็นกำเริบ)
    อืม จะว่าไปแล้วพอมองกลับไปข้างหลัง
    เราพบว่าเราเนี่ยก็ทำอะไรผิดเยอะมาก ๆ อ่านไปหลายเรื่องก็รู้สึกสะดุ้งไปเลยว่าเราทำไปได้ยังไง
    ทั้ง ๆ ที่หลายเรื่องสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ทำ
    แต่ก็ทำอย่างไม่ควรจะให้อภัย
    ก็ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ยังให้อภัยให้โอกาสเรามาเรื่อย ๆ แม้ว่าหลายครั้งจะเป็นการกัดฟันให้โอกาสมากกว่า (กัดฟันจนเลือดออกตามไรฟันกันเลยนะเนี่ย)
    หลายเรื่องพอเราอยู่ในวงใน มองไม่เห็นอะไร............แต่พอได้หลุดออกมามองนอกวงแล้ว............ก็เห็นความผิดของตัวเองมากมายมหาศาลจนแม้แต่ตัวเองก็ไม่อยากให้อภัยตัวเองเลยจริง ๆ

    ไม่รู้แล้ว ต่อไปนี้จะวางกฎให้ตัวเองไปเรื่อย ๆ แล้วจะพยายามไม่ละเมิดกฎของตัวเองที่สร้างขึ้นเพื่อไม่ให้ผิดพลาดอะไรอย่างที่มันเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก

    อืมเขียนถึงตรงนี้แล้วกลับแปลกตรงที่ไม่มีอะไรให้เขียนแล้วหละ
    ความจริงมีเรื่องให้เขียนเยอะไปหมดแต่ว่าไม่รู้จะเริ่มเล่าจากตรงไหนดี เอาเป็นข้อ ๆ ดีมะ


    1. จะกลับไทยวันที่ 6 ก.ค. นะครับ กลับญี่ปุ่นวันที่ 14 ก.ค. เพื่อไปซ้อมรับปริญญารอบซ่อมวันที่ 8 ก.ค. และรับปริญญาวันที่ 12 ก.ค. ตอนนี้ก็กำลังทำเรื่องไปซ้อมรอบซ่อมอยู่ครับ ถ้าเรื่องไม่สำเร็จก็จะใส่ชุดครุยแล้วไปถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ วันที่ 12 ก.ค. หละครับ ส่วนเหตุผลที่ดื้อด้านกลับไปรับรอบซ่อมทั้ง ๆ ที่เพื่อน ๆ ที่อยู่ที่นี่ก็กลับตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. หมดก็เพราะว่ารู้สึกไม่ดีที่รับเงินเดือนเขามาแล้ว(แม้ว่าเงินเดือนมันจะน้อยมากก็เถอะ) แล้วโดดเรียนคอร์สที่เขาบังคับให้เรียน(ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากเรียน..........รู้สึกไปเองหละ แต่ก็นั่นแหละเป็นเพราะว่านิสัยไม่ชอบโดดเรียนตั้งแต่ตอนอยู่ไทย) ไปตั้งครึ่งเดือนครับ ก็เลยขอกลับแค่อาทิตย์เดียวและก็ไม่ยอมไปซ้อมและถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ ครับ

    2. มาอยู่ญี่ปุ่นตอนนี้ก็สองเดือนครึ่งแล้วหละ เนื่องจากสตางค์ไม่อำนวย ก็เลยไม่ได้เที่ยวไหนเลยครับ ได้เที่ยวน้อยกว่าพวกที่มาเที่ยวที่นี่แว้บเดียวอีก แต่ก็แอบไปเก็บ path ที่รอบ ๆ กรุงโตเกียวมาเยอะแล้วเหมือนกันนะครับ ได้ไปตั้งแต่ ฮาราจุกุ(4-5 รอบแล้วแต่ไม่ได้ไปดู Cosplay นะครับ) อิมพีเรียลคอเรจ ชินจุกุ ชิบุย่า อุเอะโนะ คามาคุระ โอะโมะเตะซานโด กินซ่า(แว้บนึง) อะซากุสะ(แว้บนึง) อากิฮาบะร่า.......อันนี้ไปมาสามรอบแล้ว โปรดสุด ๆ ตามสไตล์พวกโอตากุแบบเรา :):):):):):)........ จะว่าไปแล้วเวลาอยู่ในภาคเนี่ยก็ไม่ค่อยรู้สึกหรอกว่าตัวเองเป็นพวกโอตากุ แต่พอต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับคนที่มีความถนัดหลากหลายที่หอนี้ก็รู้สึกเลยว่าเรานี่มันช่างโอตากุทีเดียวนะเนี่ย

    3. วิชาการหน่อยละกันข้อนี้ ตอนนี้เริ่มสนุกกับภาษาญี่ปุ่นแล้ว (ในขณะที่หัวก็ทื่อลงเรื่อย ๆ) แล้วก็เจอวิกฤตต้องสอบในวันที่ 20-21 สิงหานี้แล้วหละ ตอนนี้ถือว่าอ่านได้น้อยมาก ๆ ก็ต้องโฟกัสที่ภาษาญี่ปุ่นที่เราเรียนตามชาวบ้านเขาไม่ค่อยทันนี่นา เอาหละจากวันนี้ไปต้องเร่งสปีดอย่างสูงแล้ว เราจะไม่ใช่แค่สอบเข้าได้อย่างเดียว แต่ต้องทำคะแนนให้มากชนะคนญี่ปุ่น ให้เขารู้ซะบ้าง.....ว่าคนไทยก็มีดีนะเฟ้ย แม้ว่าหน้าจะขี้เลื่อยอย่างหนักก็ตามวิชาที่ต้องสอบมี Statistics + Propabilistic, Differential Equation + Calculus, Linear Algebra, Algorithm, Data Structure, Theory of Computational (Formal Language + Automaton), OS, Compiler, Computer Graphics, AI, Computer Architecture, Numerical Analysis, Discrete Mathematics, Digital Computer Logic รวมเป็น 14 วิชาหละ ว่าไปแล้วมีวิชาที่ไม่เคยเรียนอยู่เยอะเหมือนกันนะเนี่ย............หลายวิชาเพิ่งเอาออกจากหลักสูตรภาคก่อนหน้ารุ่นเรานิดเดียวเองเนอะ............จะบอกว่าใครคิดว่าภาคเราเรียน Math เยอะอยากให้เอา Math ออกอยากให้มาดูหลักสูตรของพี่น้องชาวญี่ปุ่นมาก ๆ จะพบว่าหลักสูตรมีแต่ Math ช่วยไม่ได้นี่เนอะ..........คนที่เรียนที่นี่ 100 คนไม่ได้จบไปทำ Software House 90 คนนี่นา ของเดี๋ยวนี้อะไรมันก็ต้อง Support ธุรกิจ ทำเงินได้ ทำแล้วรวยทั้งนั้นหละมั๊งเนอะ

    4. การที่คนญี่ปุ่นเอาเรามากักตัวรวม ๆ กันกับคนหลาย ๆ ชาติเนี่ยจะว่าไปก็เป็นโอกาสอันดีมาก ๆ ที่จะทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมอันหลากหลายของโลกไปนี้ที่เต็มไปด้วยพวกเขาและพวกเราหละเนอะ คิดไปคิดมาคนเราคงรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยที่ได้มี "พวกเรา" และคำว่า "ไม่ใช่พวกเรา" แม้ว่าจะไม่มีอะไรมาแบ่งกันก็จะพยายามสร้าง "พวกเรา" แล้วก็สร้างกำแพงให้ "พวกเขา" อยู่ห่างจากพวกเรามากขึ้นเรื่อย ๆ หละเนอะ
    เราก็เป็นเหมือนกันหละ...........ไม่รู้ว่าไอ้อารมณ์พวกเขาพวกเรา (Partial Will) เนี่ยมันเกิดขึ้นมาได้ไง...........แต่ถ้ามนุษย์ไม่มีมัน โลกนี้อาจจะน่าอยู่ขึ้นเยอะ หรืออาจจะไม่น่าอยู่เลยก็ได้เนอะ :):):):):):)

    5. อ้อ เกือบลืมไป ต้องพูดถึงการเมืองไทยให้บล๊อกหมิ่นเหม่สั่งถูกปิดซักหน่อย :):):):):):)
    สำหรับเราแล้ว เรื่องที่ทหารเข้ามาทำให้เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ ภาพพจน์ของไทยในสายตาชาวต่างชาติได้ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง เพราะต่างฝ่ายก็พยายามออกข่าวสาดโคลนตอบโต้กันไปมา ก็เป็นเรื่องสำคัญ
    เรื่องกลุ่มการเมืองที่อยู่ภายใต้การรัฐประหารก็เป็นเรื่องสำคัญ
    เรื่องความสถานการณ์ความรุนแรงที่ดูเหมือนจะมากขึ้นทุกวันทั้งในกรุงและนอกกรุงทั้งในรัฐและระหว่างรัฐก็สำคัญมาก
    แต่เรื่องที่สำคัญที่สุด คือค่านิยมของประชาชนทุกคนบนสังคมไทย
    การรัฐประหารจะสำเร็จไม่ได้........ถ้าประชาชนไทยไม่ยอมรับการรัฐประหารให้เกิดขึ้นโดยดุษฎีตั้งแต่เมื่อ 9 เดือนที่แล้ว
    แต่เพราะประชาชนไทยหลายคนก็ชอบวิธีการนี้อยู่เหมือนกัน........แนวทางการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง
    แนวทางการแก้ปัญหาอาการคันด้วยการเกา...........แก้ปัญหาจิ๊กโก๋กวนประสาทด้วยการชกหน้ามันซัก 2 ที
    คิดว่าที่ประเทศเราไม่สามารถมีประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ซักครั้ง เพราะว่ามักจะใช้แนวคิดนี้มาตัดสินการเมืองหละ
    ถ้าคนไทยไม่คิดแบบนั้น.........รัฐประหารไม่เกิดง่าย ๆ หรอก...........ไม่มีใครกล้าทำรัฐประหารที่เกิดเสียงวิจารณ์ทันทีที่ทำหรอก
    แต่เป็นเพราะหลังจากรัฐประหารทุกคนเห็นว่าดี..........กลายเป็นเรื่องสนุกมีไปถ่ายรูปกับรถถังเอาดอกไม้ไปให้สนุกสนาน.........แม้สิ่งที่ทำเกิดจากการที่สื่อสร้างให้เป็นอย่างงั้นก็เถอะ
    กลัวว่ายิ่งรัฐบาลชุดนี้อยู่นาน..........ประชาชนจะเกิดความเคยชินกลายเป็นค่านิยมที่ถูกต้องที่ควรของสังคมไทย
    ถ้าสังคมไหนมีค่านิยมที่จะเลือกวิธีแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง สังคมนั้นจะเป็นสังคมที่ไม่น่าอยู่ เป็นสังคมอนารยชน เป็นสังคมอนาธิปไตย
    คนไม่มีกฎไม่มีเกณฑ์ ตัดสินไปตามความชอบความต้องการของตน นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ เหมือนกับที่คมช.ทำแล้วพยายามสร้างให้คนไทยมองว่ามันเป็นเรื่องที่ถูก
    ใครไม่พอใจนิด ๆ หน่อย ๆ ก็โวยวาย ๆ ประท้วง ๆ แล้วก็มีคนมากล่าวหาว่าไอ้ที่ประท้วง ๆ เนี่ยจ้างกันมา............นี่ก็ทำร้ายสังคมอย่างรุนแรง..........แทนที่จะช่วยกันแก้ปัญหาตามระบบระบอบ.........กับใช้วิธีข่มขู่ และพูดจาชวนเชื่อ
    นี่ต่างหากผลเสียที่รุนแรงกว่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และ การเมืองหลายเท่า..............เสียหายพอ ๆ กับที่รัฐบาลทักษิณได้เปลี่ยนให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งธุรกิจนั่นหละครับ
    ของแบบนี้เสียหายไปแล้วแก้ไขไม่ได้ง่าย ๆ ค่านิยมที่ดีต้องใช้เวลาสร้าง บางทีก็นับร้อย ๆ ปี.........เสียดายจัง

    เอาหละเรื่องที่อยากเล่าก็เล่าไปหมดแล้วครับ

    แต่ว่าเรายังมีภารกิจอีกอย่างนึงในบล๊อกนี้ครับ
    เนื่องจากที่ http://onni-fai.spaces.live.com ได้รับความกรุณาเป็นอย่างสูงจากคุณฝ้าย
    นอกจากท่านจะไม่ปฏิบัติตามการ Tag ของเราแล้ว ยัง Tag เรากลับมาอีก แต่ยังไงก็ขอบคุณน้าครับ ที่อุตส่าห์ Tag มา วันหลังมีอะไร Tag ก็ Tag อีกบ่อย ๆ น้า.......สนุกดี

    กติกาอันนี้ ให้เขียนเพลงที่ชอบ 15 เพลงแล้วก็ Tag ต่อไปอีก 5 คน หละ
    อ่าเอาเป็นว่า 15 เพลงเราไม่เรียงลำดับละกันนะเอาเป็นว่าพวกนี้เราชอบเหมือนกันพอ ๆ กันทุกเพลง
    ไม่ได้หูสูงหละส่วนใหญ่ก็แบบฟังแบบ Easy-Listening ซะมากกว่าเริ่มเลยละกันครับ

    15. รักเธอนิรันดร์..........ศิริศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์
    http://www.imeem.com/tag/%u0E23%u0E31%u0E01%u0E40%u0E18%u0E2D%u0E19%u0E34%u0E23%u0E31%u0E19%u0E14%u0E23%u0E4C/
    "ได้ยินเสมอนี่เธอใช่ไหม..........หรือเสียงใบไม้ที่ไหวต้องลมเท่านั้น...........แม้ว่าเราไม่ได้เจอกัน..........แต่ในใจนั้นยังคิดถึงกันเสมอ"
    เหอ ๆ เพลงแรกนี่ก็ Easy-Listening กันสุด ๆ น่าจะเคยฟังกันแล้วนะส่วนใหญ่

    14. แค่มีเธอ............ปนัดดา เรืองวุฒิ
    http://pinsama.imeem.com/music/SBCc8x26//
    "เป็นแค่คนหนึ่งในโลกใบเก่า ชีวิตช่างเงียบเหงาไม่เคยได้เห็นความจริง มีพร้อมทุกอย่างและมีในทุกสิ่งอยากบอกว่าความจริงฉันเดียวดาย"
    เพลงนี้จะบอกว่าโดน.......มาก เพียงแต่ตอนนี้เรายังอยู่ในโลกใบเก่าอยู่มั๊ง :):):):):):)

    13. Do you really miss me? ..........Sleeper One
    http://himichan.imeem.com/music/GX3wyzU5/do_you_really_miss_me/
    "รู้ฉันรู้ว่าดาวอังคารอยู่ตรงไหน รู้ฉันรู้ว่าวาเลนไทน์นะเมื่อไหร่ รู้ทั้งรู้ว่าตัวละครในหนังทุกตัวมีชื่อว่าอะไร...........
    สิ่งเดียวเท่านั้นที่ไม่เคยจะรู้ไม่รู้.........วันเดิม ๆ ที่ยังไม่รู้ นั้นคือใจของเธอ........ไม่แน่ใจ.........ไม่มั่นใจ............"
    ตกใจหละซี่.......เราฟังอินดี้ด้วยน้า.........แต่อาจจะไม่หนักเท่ากับคนอื่น
    จะบอกว่าเพลงนี้ชอบมาก...........มิวสิกก็สวยมาก ๆ ด้วย.........ดูเสร็จนั่งตบมืออยู่หน้าทีวีคนเดียว

    12. ซักนาที (ช่วยเป็นคนเดิม)...............โมเม นภัสสร บูรณะสิริ
    http://www.siamzone.com/music/thailyric/index.php?mode=view&artist=!!e2c1e0c120b9c0d1cacac320bad9c3b3d0c8d4c3d4&song=!!cad1a1b9d2b7d52028aae8c7c2e0bbe7b9a4b9e0b4d4c129
    เหอ เพลงนี้ไม่ดังเลยไม่สามารถหาที่เป็นเสียงได้ แต่เอาเป็นเนื้อร้องไปละกัน จะบอกว่าเพลงนี้โมเมร้องดีมาก ๆ (ดีกว่ากระดุ๊กกระดิ๊กแน่นอน)

    11. เหตุเกิดจากความเหงา..........Emotion Town
    http://juzzzt.imeem.com/music/LMnKsFdn//
    "เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเท่าไหร่ ความห่างไกลมันทำให้ชั้นได้ค้นจน..........ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำ.......อยู่เสมอ"
    เพลงใหม่นะเนี่ย ได้ข่าวว่าที่เมืองไทยดังมาก เลยขอฟังบ้างโดนพอดีเลยเอามาใส่ซะหน่อย

    10. หนึ่งในล้าน...........Sniper
    http://islandout.imeem.com/music/yed0E0Rg//
    "ไม่รู้จะทนได้นานเท่าไหร่ อ้างว้างเดียวดายมานานนับปี..........ต้องทนเหงาอยู่อย่างนี้อีกนานซักเท่าไร"
    อารมณ์คล้ายกับข้อที่แล้วหละ........ประทับใจตรงคำว่า.........ต้องทนเหงา ได้ยินแล้วมันเหงามากจริง ๆ นะ

    9. When I fall in love...........แมทธิว ดีน
    http://profile.imeem.com/z_A2e/music/BXEbuzV5/when_i_fall_in_love/
    "Painful memories, lonely places
    I had been there a long time
    Now I found you, where I belong
    My whole life will never be the same"
    ชอบเพลงนี้เหมือนฝ้าย(คนที่แท็กเรามา) เลย ขอเอามาใส่ไว้เป็นอันดับ 9 ละกันครับ

    8. รักไม่มีคำตอบ............เชษฐา ยารสเอก
    http://naraif.imeem.com/music/0JIy-jlb//
    "ไม่อยากรู้คำตอบ ไม่อยากหาคำตอบ ให้วันพรุ่งนี้...........จากวันนี้ที่มีด้วยชีวิตที่มีขอทำเพื่อเธอ"
    ชอบเนื้อหาและชอบดนตรีเพลงนี้มาก ๆ เลยมิวสิกก็สวยมาก ๆ แล้วก็ร้องยากมาก ๆ ด้วย

    7. จดหมายจากพระจันทร์..........แอน ธิติมา ประทุมทิพย์
    http://profile.imeem.com/TpYMWW/music/Jgj3WtNA//
    "สุขสบายไหมตะวัน........เราไม่ค่อยได้เจอกันเลยใช่ไหม............ทั้ง ๆ ที่ฟ้าเดียวกันเหมือนใกล้..........แต่เพราะภาระของเราต่างกัน"
    โดนหละเพลงนี้........มิวสิกไม่สวยดนตรีไม่เพราะ.........แต่เนื้อมันเจ๋งมากหละ

    6. เพลงรักเพลงหนึ่ง............Monotone
    http://calabur.imeem.com/music/yAv1eN27//
    "ฉันอยากให้เธอได้พบกับความรัก........เป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากรู้จักในเธอ..........ลองอยู่ในใจฉันแล้วเธอก็จะเจอ.........กับรักแท้ที่จริงใจ"
    เป็นเพลงที่ชอบที่สุดของค่ายนี้แล้วหละ...........ฟังอะไรก็ดูเนียนไปหมดเลยเนอะเพลงนี้.........ห้ามร้องตามนะเดี๋ยวจะปอดรั่วได้

    5. ผ่านมา...พ้นไป..........พลอย ณัฐชา สวัสดิ์รักเกียรติ
    "เธอมีลูกหมาซุกซน........ที่ขนนุ่มยาว........เธอเลี้ยงเขาด้วยหัวใจ.............อยากให้เขาไม่ต้องโต..........น่ารักตลอดไป..........ลูกหมาเป็นได้คงดี"
    จริง ๆ แล้วเราชอบเพลงสไตล์นี้หละฟังง่าย ๆ สบาย ๆ ดี จริง ๆ แล้วชอบเพลงน้องพลอยอยู่หลายเพลงเลย เช่น เพลงของหนอน, เพลงใบไม้, อยากรู้ว่า, ดีเหมือนกัน, กว่าจะรัก แต่ว่าเพลงนี้หละ ชอบสุดละ(ปล. เพลงนี้ในเครื่องหายไปแล้วหาฟังไม่ได้ด้วย ใครมีขอด้วยนะครับ)

    4. คือฉัน..........พลพล พลกองเส็ง
    http://www.siamzone.com/music/thailyric/index.php?mode=view&artist=!!bec5bec5&song=!!a4d7cda9d1b9
    "และจะยอม ยอมให้เธอดูถูก ให้เธอรู้ว่าฉันรักเธอขนาดไหน
    สักวันหนึ่งเธอจะรู้เอง ว่าคนที่รักเธอมากมาย
    คนที่รักเธอด้วยหัวใจ คือฉันคนนี้คนเดียว"
    อื่ม ปกติแล้วไม่ได้ชอบเพลงพลพลอะไรมากมายแต่ว่าเพลงนี้โอเคเลยเอามาแปะไว้ จำได้เลยว่าเคยฟังตอนไปเข้าค่ายคอมที่เกษตรตอนม.ปลาย

    3. วันนี้ฉันมีเธอ.........สุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง
    http://profile.imeem.com/URXr1O/music/CQrZpWpI//
    "ก็ไม่รู้ว่าอะไร ทำให้เราได้พบกัน
    ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้
    เธอก็มีโลกของเธอ ต่างกับฉันมากมาย
    เหมือนไม่มีอะไรเลยที่คล้ายกัน"
    ชอบสไตล์ของสุเมธแอนด์เดอะปั๋งหละ เสียดายออกมาพักหลัง ๆ ไม่ค่อยดังหาฟังยาก เพลงนี้อะดังสุดแล้ว

    2. ฉันจะพาเธอบินไปกับฉัน..........โจ้ ธนรัฐ ปิ่นเวหา
    http://music.thaicool.com/musicget.asp?id=1372
    "ฉันจะพาเธอบินไปกับฉัน ฉันจะพาเธอบินล่องลอยไป
    จะพาเธอบินสูงขึ้นไป ข้ามขอบฟ้าทะเลที่สวยงาม"
    เป็นเพลงที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกดีมากไม่ว่าเมื่อไหร่จริง ๆ นะ

    1. ขอใครซักคน...........ลีโอ พุฒ
    http://jaahjaah.imeem.com/music/IOIGzcGR//
    "แต่มันเหมือนทั้งโลกว่างเปล่า.......ไม่มีคนเข้าใจ.........เหมือนไม่เคยเจอใครซักคน"
    เป็นเพลงที่ชอบที่สุดตั้งแต่มันออกมา จนถึงตอนนี้สิบกว่าปีแล้วก็ยังเป็นเพลงที่ชอบที่สุดอยู่ แสดงว่าอารมณ์เราไม่พัฒนาเลยนะเนี่ย

    เอาหละ Tag คนอื่นต่อ เอาเป็นว่ายึดตามของอันที่แล้วละกัน
    คราวที่แล้วมี น้องตั้ม, รัดจิ, ฝ้าย , แหวน , พี่เอ็ก ก็เอาเป็นว่าฝ้ายเป็นคน Tag เรามาก็ไม่รู้จะ Tag กลับทำไมเอาเป็นว่าเป็นฝ้ายเป็นบอย และ แบงค์ละกัน ขอเกินโควต้า........แบบฝ้ายบ้างละกัน :):):):):):)