Vorapong's profileMR.T's blogBlog Tools Help

Blog


    April 29

    Entry นี้เขียนที่สยาม paragon

    Blog นี้แปลกพอสมควร

    นั่งเขียนกลางงาน Robot World

    ร้าน AIS Shop

    สยามพารากอน

    ห้างใหม่ใจกลางกรุงเทพ

    ต้องบรรยายสรรพคุณของห้างนี้เปล่าเนี่ย

    คิดว่าทุกคนน่าจะพอรู้จักความหรูหราฟู่ฟ่าของมันอยู่บ้างแล้ว

    เพื่อน ๆ คับตอนแรกว่าจะ up blog ตั้งแต่เมื่อวานเพื่อชวนคุณมาดู

    แต่ไม่มีเวลา up ดูบอลแล้วก็หลับไป

    Up วันนี้ทุกคนก็คงไม่น่าจะมาทันแล้วหละ

    เอาเป็นว่าโชว์คราวนี้

    หรูหราฟู่ฟ่าอลังการไฮโซ

    ยิ่งกว่าตอนโชว์ที่งานจุฬาวิชาการแน่นอน

    เนื่องจากเรามีพระเจ้า (หรือปีศาจก้อไม่รู้)

    2 คนมาช่วยเขียน

    ตอนงานจุฬาวิชาการเราเขียนเกือบจะคนเดียว

    มันก้อเลยห่วย ๆ ดูไม่ค่อยลื่น อย่างที่หลาย ๆ คนได้เห็น

     

    เอาเป็นว่าก้อโชว์ ๆ ไปเรื่อย ๆ

    เหมือนไม่ค่อยจะได้อะไรเท่าไร

    เพราะคนดูก็ไม่เยอะเหมือนตอนจุฬาวิชาการ

    สนามก็เล็ก ๆ

    ต้องใช้ความพยายามกันอย่างมาก

    ที่จะทำให้หุ่นวิ่งในสนามเล็ก ๆ แล้วก็ต้องติดกล้องเฉียง ๆ ได้

    โอ๊ย

    ไม่อยากเล่าเรื่อง robot เลย

    รู้สึกชีวิตอยู่กับมันตลอด 7 * 24 (ตอนนอนยังฝันถึงเลย)

    เขียน blog ทั้งทีอยากพูดเรื่องอื่นมั่งจัง

    เอ๊ะแต่ปกติเวลาเขียน blog เนี่ย

    เขาต้องเขียนชีวิตที่ตัวเองเจอ

    ตลอดสัปดาห์ไม่ใช่เหรอ

    อื่ม

    นั่นสิ

     

    อ่าขอบคุณ รัดจิ เต้ และ ก็พี่ธงเอก

    ที่อุตส่าห์มา comment ใน blog entry ที่แล้วนะคับ

    Comment อีกละกันน้า.................................

     

    ตอนนี้จะลงทะเบียนอยู่แล้ว

    หมดเขตลงทะเบียนวันพุธ

    จนถึงตอนนี้เป็นวันอาทิตย์

    ยังนึกไม่ออกเลยว่า

    จะลงอะไรดี

    วิชาเลือกมันยังออกมาไม่ครบ

    ถึงออกมาครบแล้ว

    ก็ยังไม่มีใครยืนยันว่า

    ที่ออกมาหนะมันครบแล้ว

    อ้อใช่ ชวนคนไปเรียน advance data structure

    อย่าเพิ่งเงียบสิไปเรียนกันเถอะ …….

    สงสัยต้องเรียนคนเดียวอีกแล้ว -_-“

     

    ในเมื่อมันไม่มีเรื่องจะเขียนขนาดนั้น

     

    เริ่มเครียดขึ้นมานิดนึง

    เรื่องของคำว่า ทำไมไม่รู้ซักที

    เข้ากับวัยรุ่นดีออกเห็นช่วงนี้มีเพลงยอดนิยมอยู่เพลงนึงชื่อ ทำไมไม่รับซักที

    เกี่ยวกับมะเนี่ย -_-“

    บางทีเราก็รับรู้บางเรื่อง

    รู้เยอะจนเห็นว่าเรื่องนั้นมันปกติ

    เรื่องธรรมด๊า ธรรมดาใครก็น่าจะรู้

    เวลาพูดก็เลยละเลยเรื่องนั้นโดยที่ตั้งข้อสมมุติว่า

    เอ๊ะคุณก็น่าจะรู้นี่นา

    แต่คุณก็ไม่รู้แฮะ

    คุณก็งงแล้วก็หาว่าผมพูดมะรู้เรื่อง

    ก็กลับไปที่เรื่องที่ว่า

    คุณต้องประเมินค่าต้องประมาณความสามารถของคนที่คุณพูดด้วย

    ทั้ง ๆ ที่การประเมินค่าคนอื่นเนี่ยเป็นงานที่เหนื่อย

    เป็นงานที่เหนื่อยของคนประเมินต้องพยายามประเมินให้มันได้ตรงกับค่าจริงมากที่สุด

    เป็นงานของคนที่ถูกประเมินต้องทำให้ค่าที่คนอื่นเขาประเมินได้เป็นค่าออย่างที่คนที่ถูกประเมินต้องการ

    คิดไปคิดมาแล้ว

    โลกนี้ก็สร้างมาให้คนเครียด

    ไม่ต้องทำอะไรเลย

    มันก็เครียดอยู่แล้ว

    จะไม่ประเมินใครก็ไม่ได้

    การประเมินก็เป็นเรื่องที่เหนื่อยและไม่ดีต่อทุกคนอีก

    อันนี้ก็เป็นอีกอันนึง

    ที่เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกันบนโลกนี้

    แล้วทำไม

    เราต้องพยายามเปลืองสมอง

    เพื่อให้บทสนทนาในแต่ละครั้ง

    ราบรื่นที่สุด

    ทำไมเราต้องถูกประเมิน

    ประเมินว่าฉลาดแค่ไหน

    ประเมินว่าหน้าตาดีแค่ไหน

    ประเมินว่าเป็นคนดีแคไหน

    แล้วก็ต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ค่าที่คนอื่นประเมินเราดีที่สุด

    ทำไมทุกวันโดยที่ไม่ต้องทำอะไร

    ก็ต้องถูกเปรียบเทียบกับคนนู้น คนนี้

    ในขณะเดียวกันก็ต้องทรมานกับ การไม่รู้ซักที ของคนอื่น

    ทำไมไม่รู้ซักทีว่าธุรกิจกับรัฐกิจมันต่างกัน มีเป้าหมายต่างกัน และมีความคิดในการทำงานที่ต่างกัน

    ทำไมไม่รู้ซักทีว่าแต่ละคนมันก็มีเรื่องที่ทรมานที่ต่างกัน

    เรื่องบางเรื่องบางคนเห็นเป็นเรื่องเฉย ๆ ในขณะที่บางคนเห็นเป็นเรื่องใหญ่มาก

    ทำไมไม่รู้ซักทีว่าคนเรามีความสุขกับสิ่งต่างกัน

    ทำไมไม่รู้ซักทีว่า Visual Studio .NET คืออะไรเวลาที่มาถามว่าเขียนว่าอะไรแล้วตอบว่า Visual Studio .NET มักจะทำหน้างง ๆ

    ทำไมไม่รู้ซักทีว่า robot ของจุฬาบังคับอัตโนมัติแม้ว่าจะเขียนโปรแกรม fix ไว้ก้อตามเหอะ

    แต่การ fix ให้ดูเฉย ๆ เนี่ยทำไมไม่รู้ซักทีว่ามันยากรู้ไหม

    สุดท้ายแล้ว

    การรู้ก็เป็นเรื่องที่กว่าไม่รู้

    ก็ต้องปล่อยให้คนอื่นมาประเมินค่ากันต่อไป

    แล้วก็อยู่ในโลกที่อยู่ไปก็มีแต่ความทุกข์เหมือนเดิม

     

    ตอนนี้มีโอกาสที่จะได้กลืนน้ำลายตัวเอง

    เพราะว่าอาจจะไปแข่ง robocup ที่เยอรมัน

    ทำไมไม่รู้ไม่สามารถแสดงเหตุผลได้อย่างฉะฉาน

    อย่างที่แสดงไว้ใน 2 blog entry ที่แล้ว

    ก็แค่มีโอกาส

    ยังไม่แน่นอนว่าเขาจะให้โอกาสมากน้อยแค่ไหน

    ก็คงต้องรอดูกันต่อไป

    ตอนแรกก็ต้องลุ้นว่าทีมตัวเองจะได้ไปไหม

    ตอนนี้ก้อต้องคิดต่อ

    ว่าตัวเองจะได้ไปรึเปล่า

    :):):):):):)

    ลุ้นบ้างก้อดีนะชอบ

    แต่ลุ้นมาก ๆ มันก้อเหนื่อยใจ

    เหนื่อยใจที่ต้องตามคนข้างหน้าให้ทัน

    ทั้ง ๆ ที่ดูแล้วยังไงก้อคงไม่ทันอยู่ดี

    เหนื่อยในทุกครั้งที่เห็นตัวเองขี้เกียจ

     

    เอาหละ

    ไปจัดโชว์ต่อดีกว่า

    ก่อนจบอวยพร

    ขอให้ตัวเองเก่งขึ้นกว่านี้

    ขอให้ได้ทำงานที่ตัวเองอยากทำมาก ๆ

    ขอให้ทำงานผิดพลาดให้น้อย ๆ

    ขอให้ plasma-z เป็น champ โลก

    ขอให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านโดยเฉพาะคนที่เข้าเมนท์มีความสุข ขอบคุณครับ

     

    แปะเพลง

     

    ปล.เขียนได้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแต่เพิ่งจะมาได้แปะเอาตอนวันเสาร์ดีจิง ๆ เลย

     

    จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ

    Artist : บอยด์ โกสิยพงษ์

    *


    และนี่คือเสียง เสียงเพลงที่มาจากใจ


    เธอจะอยู่ที่ไหน ขอจงได้รับ... รู้


    หากเธอมีทุกข์ ร้อนใจตอนที่ฉันไม่อยู่


    อยากให้เธอรู้ ว่ายังมีฉันยืนอยู่ข้างเธอ




    **


    จะยืนอยู่ตรงนี้ จะรอเธอตรงนี้ เพื่อเธอคนเดียว


    ไม่ว่าทางจะคดเคี้ยว ทางจะลดเลี้ยวเท่าไร


    จะนานสักเพียงไหน ยาวนานสักเพียงไหน


    จะนาน นานเท่าไหร่ ยังคงเก็บเธอไว้


    จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ




    (*,**)




    อยู่ในใจเสมอ ๆ ๆ ๆ

    April 17

    ชะโงกทัวร์ @ สิงคโปร์

    ก็พยายามจะเขียน blog ทุกอาทิตย์นะคับ
    ตอนนี้ทำงานอยู่ห้อง robot
    แต่ก้องืด ๆ เพราะว่าปล่อยเครื่อง train งง ๆ แล้วก็รอ ๆ ดูผล
    ดูผลเสร็จก็งง ๆ เพราะไม่รู้จะทำไงให้ผลมันดูดีขึ้น
    เออ
    แต่ยังไงก็จะทำให้ได้
    ไม่รู้หละ
    ตอนนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
    เฮ้ย
    blog คราวที่แล้วมันเครียดไป
    ถ้า blog นี้ยังบ่นเรื่อง robot ต่อเนี่ย
    คง rating ตกต่ำ
    ไม่บ่นละกัน ไม่บ่น ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
    แค่นี้ก้อเป็นตาแก่ขี้บ่นไปซะแล้ว :):):):):)
    ว่าแต่ว่าขอบคุณคำแนะนำดี ๆ จาก รัดจิ อุ้ย ละก็หมูมากนะคับ
    จะนำคำแนะนำของทุกคน
    ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้ไปให้ได้คับ
    อ่อเออใช่
    มีเรื่องน่ายินดีอยู่อย่าง
    ตอนนี้ blog เรามีคนเข้ามาดูเกิน 200 แล้วนะ
    ดูจาก counter กว่าครึ่งก้อคงเป็นตัวเองมา up blog
    มาดูความคิดเห็นของเพื่อน ๆ นั่นแหละ
    เอาหละ
    เข้าเรื่องหลักที่จะเล่าดีกว่า
    เพิ่มกลับจากเที่ยวสงกรานต์มาคับ
    ถ้าใครสังเกตจะทักถูกว่า
    เอ๊ะทำไมกลับจากสงกรานต์ต้นคอยาวขึ้นแฮะ
    ทั้ง ๆ ที่ปกติคอสั้น :):):):):)
    คำตอบก็คือ
    ไป "ชะโงก" มาคับ
    ไป "ชะโงก" ที่สิงคโปร์มา
    เป็นคำศัพท์ที่ต้นชอบมากเลย
    "ชะโงก" เนี่ย
    ต้นเหตุคือมันไปตอนสงกรานต์
    หาเครื่องบินถูก ๆ ไม่ได้
    เพราะทัวร์มันเหมาหมด
    ถ้าไม่ไปกับทัวร์มันจะต้องซื้อตั๋วแพง ๆ เท่านั้น
    โรงแรมก็แพง
    สรุปแล้วก็เลยไปกับทัวร์
    ใครเคยไปเที่ยวไหนต่อไหนกับทัวร์ก็คงรู้ว่า
    สิ่งที่เขาจัดเตรียมให้
    คือความสะดวกสบาย
    เราไม่ต้องทำอะไรเลย
    แต่ไอ้การที่ไม่ต้องทำอะไรเลยเนี่ย
    บางทีมันก็น่าเบื่อ
    เพราะว่าการที่เราต้องวุ่น ๆ หาทาง
    วุ่น ๆ ทำนู่นทำนี่เนี่ย
    บางทีมันก้อเป็นเสน่ห์อย่างนึงของการท่องเที่ยว
    ไม่ได้ทำก็รู้สึกชอบกล
    อีกอย่าง
    มันเป็นอะไรที่เราเลือกไม่ค่อยได้
    ไปเที่ยวสิงคโปร์
    ต้องถามว่าคนคาดหวังอะไร
    คิดว่าคนร้อยละ 90 คงไม่มีใครตอบว่า
    ไปเที่ยวสิงคโปร์
    เพราะอยากดูธรรมชาติสีเขียวสดใส (เหมือน blog เรา)
    เพราะอยาก"ชะโงก"ดูนกหลายหลายนานาพันธุ์
    เพราะอยาก"ชะโงก"ดูสัตว์ป่ามากมาย
    เพราะอยาก"ชะโงก"ดูปลาสีสันสวยงาม
    คำว่า ชะโงกเนี่ย
    ได้มาจากน้อง
    ซึ่งน้องบอกว่าได้มาจากนิยายซักเรื่อง
    หมายความว่าเวลาไปกับทัวร์
    ทัวร์มักจะพาไปตรงสำคัญ ๆ
    นั่งรถผ่านอย่างรวดเร็ว
    และก็ให้คน "ชะโงก" ดู
    และก็รู้สึกภูมิใจว่า
    "ผมมาถึงแล้ว"
    กลับเข้าเรื่อง
    คนที่มาสิงคโปร์
    มักจะคาดหวังจะดูอะไรที่ทันสมัย
    อยากดูสังคมเมืองที่เป็นระเบียบ
    คาดหวังว่าจะดูศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียอาคเนย์
    ทำไมต้องปล่อยเราไปชมนกชมไม้
    ถ้าไอ้กระผมอยากไปชมนกชมไม้
    ไอ้กระผมไปดูเขาใหญ่
    น่าจะง่ายกว่าเยอะ
    มันวันสงกรานต์หนะ
    ไปไหนก้อคนเยอะไปหมด
    ขนาดอยู่สิงคโปร์นะเนี่ย
    ยิ่งไปกับทัวร์เนี่ย
    ลงพร้อม ๆ กันหลาย กรุ๊ป
    ต่อแถวรอขึ้นนู่น ขึ้นนี่
    เป็นชั่วโมงทุกที
    อย่างไรก็ดี
    การได้เที่ยวกับครอบครัว
    เป็นเรื่องที่ผมเห็นว่า
    ทำให้ผมมีความสุขแล้วคับ
    คนที่เป็นห่วงผมจากใจ
    พร้อมจะช่วยเหลือผมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
    ไม่คอยที่จะ "ประเมินค่า" ผมว่าเป็นคนแบบนู้นแบบนี้
    พูดถึง "ประเมินค่า" ทำไมได้ยินคำนี้แล้วรู้สึกเหนื่อยใจ
    ทำไมคนเราถึงชอบที่จะ "ประเมินค่า" คนอื่น
    ชอบที่จะพยายามมองว่าคนนี้เลวไม่เลว
    คนนี้เก่งไม่เก่ง
    คนนี้สวยไม่สวย
    ทั้งประเมินค่าตัวเอง
    ทั้งประเมินค่าคนอื่น
    เอ้ยพลาด
    ไม่ควรชะมะ
    หลุดอีกแล้วงะ
    อืม
    ความประทับใจอีกอย่าง
    แต่เป็นด้านที่ไม่ดีหน่อย
    คือได้เล่นกับงูเหลือมเผือกด้วยแฮะ
    แขกเอามาวางไว้ตรงข้างทาง
    ให้เล่นในราคา 5 เหรียญสิงคโปร์ประมาณ 125 บาท
    ตอนเล่นก็ไม่คิดอะไรมาก
    แต่พอเล่นเสร็จ
    ก็รู้สึกว่าตัวเองทำผิด
    รู้สึกตัวตั้งแต่น้องสะกิดว่า
    งูมันเหมือนโดนยาสลบอยู่
    เลยมานั่งคิด
    ไอ้การทำอย่างงี้
    มันทรมานสัตว์ชัด ๆ นี่นา
    นอกจากทรมานสัตว์
    ยังเป็นการส่งเสริมคนพวกที่ทำ
    ว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่สิ่งที่ผิดอีกต่างหาก
    ละก็ 125 บาทนี่
    มันแพงเกินไปแฮะ
    อย่างไรก็ดีมันเป็นความประทับใจ
    ได้มีโอกาสปลอมแปลงไปเป็นนักศึกษาของ NUS
    (National University Of Singapore) ด้วย
    ไปเดินเล่นระหว่างที่คนอื่นกำลัง shopping
    ขี้เกียจ shop เพราะไม่รู้จะซื้ออะไร
    เลยนั่ง taxi ไปมหาลัย
    ก็ไม่มีอะไรมาก
    ไปเดินไปเดินมา
    เข้าห้องสมุด
    เข้าตึกเรียน
    เข้าศูนย์หนังสือ (มีหนังสือพอ ๆ กับศูนย์หนังสือจุฬาอะแหละ)
    ไปกินข้าวที่โรงอาหาร (เพราะมันถูกดี)
    แค่นี้แหละ
    มหาลัยพื้นที่กว้างร่มรื่นดี
    แต่จุฬาดูอบอุ่นกว่าเล็กน้อย
    ประทับใจน้ำพุ
    ทำเป็นรูป animation บนน้ำพุ
    หลายคนคงเคยเห็นแล้ว
    หลัก ๆ ก็คงมีอยู่แค่นี้แหละ
    บทสรุปที่ได้ก็คือ
    เงินคือพระเจ้า
    สิงคโปร์ไม่มีธรรมชาติอะไรอยู่เลย
    แต่ด้วยเงิน
    เขาสามารถสรรค์สร้างธรรมชาติที่น่าอยู่
    ธรรมชาติที่น่าอยู่กว่าประเทศที่ธรรมชาติสวยงามหลาย ๆ ประเทศ
    มีสวน มีอุทยาน มีน้ำตก
    ทุกอย่างเป็นสิ่งที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นมา
    แต่ถามว่าน่าอยู่ไหม
    น่าอยู่แฮะ
    ทุกอย่างสมดุลสมบูรณ์
    ใส่เพลง
     

    ศิลปิน : บิ๊กแอส (Big Ass)
    อัลบั้ม : SEVEN
    เพลง : คนไม่เอาถ่าน

    เธอเหนื่อยไหม ที่ยังจนกับคนไม่เอาถ่าน
    เธอเบื่อไหมที่ยังยอมให้คนไม่ได้ความ
    ขอโทษจริงๆ ที่ฉันทำให้เหนื่อยใจ

    ฉันยอมรับ ฉันไม่ใช่คนดีสักเท่าไร
    และฉันพอรู้ที่ทำดีให้เธอยังน้อยไป
    แต่เธอยังทนอยู่ ยังเหมือนเดิมไม่ไปไหน

    *ขอบคุณจริงๆที่เธอยังรัก ไม่เคยเปลี่ยน
    ถึงฉันจะดีจะเลวขนาดไหน
    และคนอย่างฉันก็คงจะขอรักเธอตลอดไป
    ให้คุ้มที่นั้นเธอไว้ใจ ตอบแทนวันนี้ที่ฉันมีเธอ

    คนอย่างฉันให้มันดีกว่านี้ก็ลำบาก
    แต่นับจากนี้ ฉันจะดีกว่านี้ฉันรับปาก
    ยากเย็นเท่าไร จะขอทำให้สุดใจ

    (* , *)

    จะดีจะเลว ฉันยังมีเธอ จะเป็นคนที่รักเธอเสมอ
    ตอบแทนวันนี้ที่ฉันมีเธอ

    April 08

    แถลงจุดยืนของ MR.T

    เออ..........
    เห็นช่วงนี้ขยันแถลงจุดยืนกันจริง ๆ เลย
    เอากะเขามั่งละกัน
     
    จุดยืนข้อที่ 1
    ต้นมีความยินดีอย่างมากที่คนอ่านอ่านจบแล้ว
    จะ comment blog ต้นซักที
    และไม่ยินดีอย่างมากที่คุณเข้ามาแล้วไม่ยอม comment
    ฉะนั้น ๆ ๆ ๆ ๆ
    comment หน่อยนะคับ
    เข้ามาแล้ว comment ซักแว๊บ
    comment หลาย ๆ ทีก็ได้
    ขอบคุณรัดจิ กับ บอยมากที่อุตส่าห์ comment ใน blog entry ที่แล้ว
    ความจิงแล้วหลาย ๆ คนที่เข้ามาอ่านแต่ไม่ได้ comment
    ก็ขอบคุณด้วยนะคับ
    อย่างน้อยก็ยังสนใจคลิ๊กเข้ามา
    เออ ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้เขียน blog นาน(ประมาณ 2 อาทิตย์เศษ ๆ แล้วมั๊ง)
    ก็ไม่ได้ยุ่ง ไม่ได้งานเยอะหรอก
    เพียงแต่งานที่มีมันยากเกินกว่าที่จะทำได้เกินกว่าเวลาที่กำหนด
    บวกกับความอู้งานเล็กน้อย
    มันก็เลยผลาญเวลาชีวิตไปมากหน่อย
     
    จุดยืนข้อที่ 2
    เรื่องไปเยอรมันกะเรื่องโรบอทละกัน(ค่อนข้างสำคัญเลยยกขึ้นมาใส่ก่อนแต่แรก)
    ตอนนี้สถานการณ์ยังค่อนข้างลูกผีลูกคน
    ไม่แน่ใจว่า plasma-Z จะได้ไปเยอรมันรึเปล่า
    รายละเอียดไปดูที่ blog แหวน wrn.bloggang.com ละกัน
    เขียนไว้ละเอียดอยู่แล้ว
    ตอนนี้ก็ได้ตัดสินใจแล้วว่า
    ไม่ว่าทีมจะได้ไปเยอรมันรึเปล่าก็ตามที
    จะไม่ไปเยอรมัน
    และจะเลิกทำ robot หลังจากเดือนมิถุนายนที่การแข่งขัน Robocup World Championship จบ
    อาจจะเข้าห้อง robot เป็นบางครั้งไปช่วยแนะนำ(โดยที่ไม่มีอะไรแนะนำ)
    อาจจะเข้าประชุม โดยไปออกความเห็นโง่ ๆ ทำให้การประชุม late
    เหตุผลเบื้องหลังส่วนใหญ่เป็นเหตุผลที่เห็นแก่ตัวมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
    ไม่เชื่อลองอ่านดู
    1. ก็อยากลองทำงาน Field อื่นบ้าง
    สนใจ field ด้าน robotics มาก ๆ
    แต่หลังจากทำไปเริ่มรู้สึกขึ้นเรื่อย ๆ ว่า field นี้ไม่ค่อยเหมาะ
    อยู่มาปีกว่า ๆ เป็นอันดับที่ 3 ของรุ่นตอนนี้ แต่ ความรู้ไม่ต่างจากเด็กปี 1 ที่เพิ่งเข้ามาใหม่
    ไม่ได้พัฒนาให้ดูมีคุณค่าเหมือนกับคนที่อยู่ชมรมมานานเลย
    มันไม่ใช่ว่าไม่ถนัด field นี้หรอก
    ที่ไม่ถนัดหนะ
    คือการเขียนโปรแกรมต่างหาก
    ไม่น่าเชื่อเนาะว่า
    โปรแกรมโปรแกรมเดียวกัน
    ทำงานเหมือนกัน
    คนต่างกัน
    จะทำงานได้โดยเวลาต่างกันเป็น"ร้อย"เท่าได้
    ไม่ได้เป็นคำพูดที่เกินความจริงเลยนะ
    นอกจากเวลาจะต่างกันเยอะขนาดนั้นแล้ว
    คุณภาพยังต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
    2. เรากับหลาย ๆ คนในชมรมอยู่ห่างกันเกินไป
    ก็พยายามหลายทีที่จะลดระยะห่างนี้
    เป็นระยะห่างด้านความสามารถ
    พักหลัง ๆ ด้วยความสามารถที่ต่างกัน
    กลายเป็นว่างานที่ทำทุกคนต้องรอ
    งานที่ทำทุกคนต้องช่วยกันคิด ต้องช่วยกันแก้
    ซึ่งข้อสรุปกลายเป็นว่า
    (ถ้าใครในชมรมอ่าน ข้อสรุปนี้เป็นข้อสรุปที่เกิดจากการที่ต้นประเมินตัวเองไม่ได้ predict ความคิดของใครทั้งนั้นนะคับ)
    ไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าจะไม่ให้งานมันซะเลย
    เร็วกว่าซะอีก
    ให้มันทำเนี่ย
    นอกจากช้าแล้วคุณภาพยังต่ำอีก
    ทำเร็วกว่าเยอะเลย
    ก็ยังรู้สึกแย่กับการประชุมเมื่อวานนี้
    ที่"การหางาน" ให้เราเป็นเรื่องที่ยากลำบาก
    คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าจะให้มันทำอะไรดี
    บอกตามตรงว่าเป็นความรู้สึกที่แย่มาก
    ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะตกต่ำขนาดนี้
    ลืมไปแล้วว่าเขาแปลเป็นไทยว่าอะไร
    แต่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า dilemma
    dilemma คือ 2 สิ่งที่ต่างก็สนับสนุนให้อีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นอย่างรุนแรงมากขึ้น
    เช่นไก่ กับ ไข่(อันนี้ไม่ค่อยเห็นภาพมาก)
    แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นภาพมากกว่าก็คือความขี้เกียจกับความโง่
    เรามักจะด่าคนโง่ว่ามันโง่เพราะมันขี้เกียจ
    แต่ทำไมไม่ค่อยมีใครจะคิดเลยว่าที่มันขี้เกียจเพราะว่ามันพยายามเท่าไรก็ไม่เห็นจะฉลาดซะที
    ความจริงแล้วไม่ใช่แค่ระยะห่างด้านความสามารถเท่านั้น
    ยังรู้สึกว่ามีระยะห่างด้านอุปนิสัยด้านการทำงาน
    ระยะห่างด้านสภาพแวดล้อม
    ระยะห่างด้านความคิดและกำลัง
    ดูยังไงก็มีแต่ระยะห่างไปหมด
    ไม่มีใครมีความผิด
    ถ้าจะมีใครซักคนมีความผิด
    คงเป็นตัวเอง
    ผิดที่ไม่สามารถลดช่องว่างเหล่านี้ได้
    แต่ขอย้ำว่าในเวลาที่เหลือก่อนไปเยอรมัน
    จะยังทำอยู่
    และยังพยายามเต็มที่ที่จะลดระยะห่างนั้น
    ด้วยพลังทั้งหมด
    3. อยากใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น
    เวลาที่จะอยู่กับครอบครัว คนที่เรารักที่สุด มันอาจจะเหลืออีกไม่มาก
    เพราะเรียนจบตรี ก็อาจจะต่อโทต่างประเทศถ้ามีโอกาส
    จึงอยากใช้เวลาที่เหลือ
    กับคนที่เรารัก และ คนที่รักเรามากที่สุด
     
    จุดยืนที่ 3
    เรื่องที่ฝึกงาน
    เล่ายังไงดี
    ฝึกที่ cauley เพราะต้องทำ project ที่ cauley
    ได้ทำ project เป็นระบบโอนสายโทรศัพท์กึ่ง Call Center เล็กน้อย
    จุดเด่นของ project นี้ก็คือ
    มันต้องสามารถรู้จำเสียงได้
    นั่นคือผู้ที่โทร.เข้ามา
    จะสามารถพูดชื่อของคนที่ต้องการคุยด้วยได้
    และระบบจะทำการตรวจสอบเสียงชื่อนั้น
    เมื่อตรวจสอบพบแล้วว่าตรงกับชื่อไหน
    จะโอนสายไปให้กับคนคนนั้น
    แทนที่คนที่โทร.เข้ามาจะต้องกดหมายเลขภายในซึ่งจำยากและคนข้างนอกก็ไม่ค่อยจะรู้กัน
    ความจริงแล้วบริษัท cauley ไม่ใช่บริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับ sound recognition
    แต่เป็นบริษัทแม่ของบริษัท ubiquity ซึ่งทำงานเกี่ยวกับด้านนี้อยู่
    พี่ ๆ ที่มา train(พูดให้ฟัง) ส่วนใหญ่ก็จะมาจาก ubiquity
    แต่เนื่องจาก project มันอยู่ที่ cauley
    ก้อเลยต้องฝึกที่นี่ซะงั้น
    ถามว่าที่ผ่านมามีความสุขแค่ไหน
    ก็ทำงานเรื่อย ๆ
    ไม่ค่อยมีงานที่น่าสนใจส่งเข้ามา
    hardware ที่ต่อกับโทรศัพท์ยังไม่มา
    ก็ยังทำอะไรไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่
    ไม่ได้มีความสุข แต่ก็ไม่ได้ทุกข์อะไรมากมาย
    อยู่ไปวัน ๆ รอเวลากลับมาทำงานห้อง robot ต่อ
     
    จุดยืนที่ 4
    เนื่องจากจะไม่ทัน robot ต่อหลังเดือนมิถุนา
    ก็เลยอยากบอกทุกคนว่า
    ขออนุญาตไม่ทำ senior project ด้าน robot
    กับอาจารย์อรรถวิทย์
    คิดว่าเป็น lab ที่น่าทำมาก
    พี่ ๆ น่ารักแล้วก็เห็นว่าเก่งกันทุกคนเลย
    แต่ก็ไม่อยากมีความรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย
    หมดแรงจะเป็นหางสิงห์แล้ว
    ถ้าเพื่อน ๆ ที่ทำเก่งหมด
    แล้ว project ทีทำมันดูแย่กว่าทุก project ทั้งหมดที่มีหละ
    นี่คือเหตุผล
    ไม่อยากให้เป็นอย่างงั้น
    เลยจะขออนุญาตพี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุกคนไว้ที่นี้เลยละกันนะคับ
    หวังว่าพวกพี่ ๆ เพื่อน ๆ จะเข้าใจในการตัดสินใจนี้นะครับ
     
    จุดยืนที่ 5
    ยังชอบแปะเพลงเหมือนเดิม
     
    ขอบฟ้า Bodyslam
    
                    Dm9           Bb9        Am7              Bb9  C
    ได้แต่เหลียวมองไปสุดฟ้าไกล มันช่างน่าเสียดายที่เราไปไม่ถึงขอบฟ้า..... 
    
    Intro: Dm Bb Am Bb C
    
           Dm                        Bb                                    Am             Bb    C
    จบเสียที ที่เธอต้องทนทรมานเดินบนทางที่เราสองคน หวังกัน ไปยังฝันสุดฟ้า 
                  Dm               Bb                                                 Am              Bb    C
    ปิดฉากเสียที เมื่อเจอคนที่ดี จงโชคดีกับเส้นทางที่ยังเหลือข้างหน้า เธอไปกับเขาคงดีกว่า 
    
       Bb                               C                                  Bb                           C
    * ยอมเข้าใจ ยอมเข้าใจ จะไปด้วยกันก็มีแต่เหนื่อยล้า ฉันเข้าใจ ฉันเข้าใจ ที่เธอร่ำลา 
    
           F                           Dm                        Bb          C                     F
    ขอบฟ้าต้องกลายเป็นเขาที่พาไป ทุกสิ่งที่ฝันกันเอาไว้ จบแล้วไม่เหลือสักอย่าง 
                            Dm                         Bb           C                Dm Bb          Dm Bb C
    ฉันทำได้เพียงแค่เท่านี้ มาส่งเธอได้แค่ครึ่งทาง ก็คงต้องยอมรับมัน        ยอมรับมัน
    
                            Dm                               Bb
    จะเจ็บเท่าไหร่ฉันก็จะทน เมื่อเธอจะไปฉันห้ามไม่ได้
                               Dm                     Bb C
    ต้องปล่อยเธอไปทั้งน้ำตา แม้แทบขาดใจ
                            Dm                          Bb
    จะเจ็บเท่าไหร่ฉันก็จะยอม ให้เธอมีวันที่ดีข้างหน้า
                             Dm                     Bb C      Bb   C     
    ให้เธอเดินไปพบความสุข ที่ตรงขอบฟ้า      ฉันยอม ยอม..
    
    (ซ้ำ *)
            
           F                           Dm                        Bb          C                     F
    ขอบฟ้าต้องกลายเป็นเขาที่พาไป ทุกสิ่งที่ฝันกันเอาไว้ จบแล้วไม่เหลือสักอย่าง 
                            Dm                         Bb              C              F
    ฉันทำได้เพียงแค่เท่านี้ มาส่งเธอได้แค่ครึ่งทาง พรุ่งนี้ไม่มีแล้วเธอ
                              Dm                        Bb          C                    F
    ต้องกลายเป็นเขาที่พาไป ทุกสิ่งที่ฝันกันเอาไว้ จบแล้วไม่เหลือสักอย่าง 
                            Dm                         Bb          C                  Bb C
    ฉันทำได้เพียงแค่เท่านี้ มาส่งเธอได้แค่ครึ่งทาง ก็คงต้องยอมรับมัน
    
                           Dm        Bb                      Dm           Bb C
    จะเจ็บเท่าไหร่ฉันก็จะทน โฮ.. ให้เธอเดินไปที่บนขอบฟ้า  โฮ..
       Dm        Bb    Dm           Bb C                       Dm
    ให้เธอไปดี..      โชคดีเถิดหนา โว้..    จะเจ็บเท่าไหร่ฉันก็จะทน
     
     
    เออมันมี คอร์ดกีตาร์ติดมาด้วย
    แต่เราไม่รู้เรื่องกีตาร์แฮะมันไม่ค่อยตรงเพราะเราย้ายมาไว้ตรงกลาง
    คงไม่เป็นไรมั๊ง