| Vorapong's profileMR.T's blogBlog | Help |
|
March 21 สักครั้งกับ Robocupอื่ม
ขอโทษทุกคนด้วย ที่ไม่ได้ update space ตัวเองนาน ความจริงคือไม่ได้ออนไลน์นาน(หมายถึง ออน msn) ไม่ได้ดู space ของคนอื่นนาน ที่หายไปนานก็เพราะว่าแข่ง robocup อยู่คับ
robocup คือหุ่นยนต์เตะฟุตบอล ที่แข่งอยู่เป็น small-sized league หุ่นตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 18 เซนติเมตร สูงไม่เกิน 15 เซนติเมตร แข่งไปเมื่อวันที่ 18-19 มีนาคมนี้เองคับ ผลการแข่งขันก็คือ ปีนี้เรามีแชมป์ร่วม 2 ทีมครับ คือทีม Revenger จาก FIBO บางมด และทีม Plasma-Z จาก วิศวจุฬา ฯ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของ "หัวใจ" ครับ
เล่าให้ฟังดีกว่า ก่อนจะเล่าเท้าความก่อนดีไหมเนี่ย คนเขียน blog อยู่ทีม Plasma-Z ครับ อยู่ปีนี้มาก็ครบรอบขวบนึงแล้ว บอยซึ่งตอนนั้นทำ vision เล่าเรื่องของ vision ให้ฟังเลยสนใจจะทำงานที่ทีมนี้ แล้วก็บอกบอยว่าสนใจ บอยบอกแหวนว่าเราสนใจ แล้วแหวนก็มาชวนเราเข้าทีม ตอนแรกแหวนตั้งใจจะทำงานใน part เล็ก ๆ เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ของ AI (เนื่องจากไม่ค่อยไว้ใจ จากอุปนิสัยการทำงาน เพราะแหวนรู้จักความชุ่ยของเรามานานแล้ว) แต่ไป ๆ มา ๆ ทำไมไม่รู้ กลายเป็นคนเขียน AI ของทีมไปได้ ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เขียนโปรแกรมยาว ๆ ยาวเกิน 200 บรรทัดตอน 1 ไฟล์ มีมากกว่า 20 ไฟล์ใน 1 project บอกตามตรงว่าตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้ ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองจะพัฒนาตัวเองได้มาก ยังทำงานช้า ทำงานผิด ปล่อย bug ปล่อยระบบ ai โง่ ๆ ให้ทุกคนด่าเหมือนเดิม :):):):):):) เริ่มทำงานในชมรมโรบอทครั้งแรก
เป็นการแข่งขัน Robocup World Championship 2005 ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ได้เขียนโปรแกรมในหลายส่วน แต่ว่าไม่ได้ใช้ซักส่วน เพราะเปลี่ยนเป็นระบบใหม่ แต่ว่าเขียนระบบใหม่ไม่ทัน จึงกลับไปใช้ระบบเก่าเหมือนเดิม โดยการเพิ่มระบบเก่าไปในบางส่วน ซึ่งตอนแรก พยายามจะทำให้ระบบเก่าที่มีอยู่ รับ - ส่งลูกฟุตบอลให้ได้ ทำไม่ได้ !!!!!!!!!!! การที่จะทำให้หุ่นยนต์รับส่งลูกได้ มันอยู่เหนือกว่าการที่หุ่นยนต์ตัวเดียว จะไปเก็บบอลแล้วยิงอยู่เยอะ เพราะต้องอาศัยการประสานงานของหุ่นมากกว่า 1 ตัว ต้องอาศัยความเข้าใจในเกมเป็นอย่างดี เพราะต้องหากรณีที่ส่งแล้วเป็นประโยชน์มากกว่าโทษ แต่ต้นยังมีความฝันว่าวันนึงจะต้องทำให้หุ่นยนต์ส่งบอลได้ดีในสนามให้ได้ การแข่งขัน Robocup Thailand Championship 2006 ที่ประเทศไทย
การแข่งขันรอบแรกเสร็จสิ้นด้วยการยิงประตูของ Plasma-Z 16 ประตู ด้วยฝีมือของอั๋นเป็นหลัก เรามีส่วนช่วยน้อยมาก ๆ ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 18-19 มีนาคม 2549
ในส่วนของ AI เราวางแผนไว้ค่อนข้างเยอะ ว่าจะทำนู่น ทำนี่ให้ได้ก่อนแข่ง ต้องการจะทำให้ระบบมีความสมบูรณ์ ต้องการจะเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ให้ได้ แต่แผนที่วางไว้ ถูกบิดหรือถูกหน่วงด้วยอุบัติเหตุปริมาณมาก ช่วง 4-5 วันท้าย ๆ จึงกลายเป็นเรื่องที่ทำให้เหนื่อยมากที่สุด ครั้งนึงของชีวิตเลยมั๊ง 4-5 วันท้าย ๆ เนี่ยชีวิตแทบจะอยู่กับ การเขียนโปรแกรมตลอด 24 ชั่วโมง แน่นอนหละ ก็รู้ทั้งรู้นะ ทำงานขนาดนั้นมันก้อทำให้ทำงานช้าลง แล้วก็ทำให้ทำงานผิดได้ แต่ก็ไม่สามารถจะพักได้อย่างสบายใจทั้ง ๆ ที่โปรแกรมยังไม่เสร็จได้ การแข่งขันรอบแรก
Plasma-Z ชนะทีม Robodance IRAP ไปได้ด้วย score 6 ประตูต่อ 0 และชนะบายทีม เกียร์เฌองดอย(ไม่แน่ใจเรื่องตัวสะกด) จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รอบที่ 2 ชนะทีม skuba จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วย score 10 ประตูต่อ 0 รอบรองชนะเลิศ ชนะทีมอัศวินน้อย จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ด้วย score 1 ประตูต่อ 0 สำหรับรอบชิงชนะเลิศ กับทีม Revenger เริ่มเกมมาในช่วงต้น ทีมเราเล่นกันได้แย่มาก ๆ โดนบุกอยู่ตลอดไม่สามารถขึ้นไป และโดนยิง 1 ประตู แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกินขึ้น การส่งภาพของอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูตำแหน่งของหุ่นยนต์มีปัญหา ต้องขอเวลานอกแล้วรีบเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน แต่พอเปลี่ยนอุปกรณ์แล้ว ปรากฎว่าอุปกรณ์ที่ใช้ส่งสัญญาณวิทยุไปสั่งหุ่นยนต์ก็มีปัญหาอีก ไม่สามารถแก้ให้ทันในเวลาที่ทางกรรมการกำหนดไว้ พี่ช้างจึงประกาศยอมแพ้ แต่ทางบางมดไม่ยอมให้ยอมแพ้ คำพูดของอาจารย์แพรวทีมบางมด ที่ยังติดอยู่ในหูของคนเขียนตอนนี้ก็คือ "ไม่ยอม ยอมแพ้ได้ไง ทำหุ่นมาทั้งปี เพื่อมาแข่งกับทีมจุฬาจะยอมให้แพ้ได้ยังไง ยังไงก็ต้องให้แข่งกันให้ได้" หลังจากลงสนามมาแล้ว จุฬาก็ลงมายิงประตูได้อีก 2 ประตู . . . . . . มากกว่านี้เราไม่กล้าพูดแล้วหละ สิ่งที่กล้าพูด คือความผิดพลาดทั้งหลายที่เกิดขึ้น หลายส่วนหรืออาจจะทุกส่วนเป็นความผิดของเรา ยินดีจะรับผิดชอบต่อความผิดเหล่านี้ ยินดีจะขอโทษทุกคนที่ทำให้เรื่องเลวร้ายเหล่านี้เกิดขึ้น ยินดีจะทำงานต่อด้วยความพยายามสูงสุดเท่าที่มี ด้วยแรงสูงสุดเท่าที่มี ด้วยความสามารถสูงสุดเท่าที่มี ด้วนใจสูงสุดเท่าที่มี ถ้าเพื่อน ๆ พี่ ๆ ยังอยากให้ทำต่อ และยินดีจะไม่ทำถ้าทุกคนเห็นว่าผมไม่มีความสามารถพอที่จะทำ ไม่มีทัศนคติที่ดีพอจะอยู่ชมรมนี้ วันนี้เพิ่งมีประชุมครั้งใหญ่ของชมรม
ไม่ได้เข้าเพราะไม่รู้เรื่องการประชุม เพิ่งรู้เพราะพี่ปูนบอกเมื่อตะกี้นี้ จนถึงตอนนี้ที่นั่งพิมพ์อยู่ ยังไม่รู้ว่าผมการประชุมในวันนี้เป็นยังไง แต่ยินดีรับผลการประชุมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง เมื่อได้รับโอกาสมามากแล้ว แต่ยังไม่สามารถใช้โอกาสที่ได้รับ ให้ได้ผลที่ดีได้ซักที ก็คงต้องรับผิดชอบกับการที่จะเสียโอกาสนับจากนี้ไปแล้วหละ การทำงานในครั้งนี้
มีเรื่องที่เราไม่สมควรทำหลาย ๆ เรื่อง เรื่องนึงที่ไม่ควรเขียนแต่เขียนไว้เพราะว่าอดไม่ได้ก็คือ เรื่องความเห็นแก่ตัวของตัวเอง เห็นแก่ตัวจนไปแอบโมโห แอบฉุนคนอื่น ที่ไม่ให้งานที่ตัวเองอยากทำให้ทำ แอบโมโห แอบฉุนคนอื่นที่ไม่สามารถอธิบายปัญหาที่เกิดขึ้นให้ตัวเองเข้าใจได้ ไม่ใช่เรื่องซักนิด เห็นแก่ตัวจริง ๆ ทำไมตัวเองไม่คิดถึงผลประโยชน์ของทีมมาก่อน ในสภาวะวิกฤติขนาดนั้น กลับคิดถึงแต่ตัวเอง กลับมัวแต่คิดว่าตัวเองไม่ได้ทำงานที่ตัวเองอยากทำ กลับมัวแต่น้อยใจคนอื่น ที่ไม่ได้มอบสิ่งที่อยากทำ เรื่อง passing เนี่ย เป็นความฝันที่ติดตัวมานานมากแล้ว แล้วก็อยากทำให้มันสำเร็จด้วยตัวเองไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง ก็เลยลืมคิดว่า คนอื่นก็อยากให้มันเสร็จสมบูรณ์เหมือนกัน และทีมก็ต้องการมัน มาคิดดูอีกทีตอนนี้ เรานี่มาช่างเห็นแก่ตัวมาก ๆ เลย อ่าน network แล้ว เขาชอบมีอะไรที่เขาเรียกกันว่า anomaly anomaly คือการเปรียบเทียบเปรียบเปรยกับอะไรบางอย่าง ทีอยู่ในชีวิตประจำวันเพื่อให้เห็นภาพ ถ้าจะเปรียบเทียบเราก็คงจะเหมือนคนไปสารภาพรักกับผู้หญิงคนหนึ่ง จีบผู้หญิงคนนั้นมานานมาก ๆ แต่ก็นั่นแหละ ไม่ติดซะที อยู่ ๆ ก็มีใครซักคนที่มาจีบผู้หญิงคนนั้น แทนที่จะโกรธตัวเองว่าโง่ จีบตั้งนานจีบไม่ติด มีโอกาสตั้งเยอะจีบไม่ได้ กลับไปโกรธคนที่มาจีบผู้หญิงคนนั้น กับผู้หญิงคนนั้น มันไม่ถูกซักนิดเลยเนอะ เป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัวจิง ๆ เลย สิ่งที่ต้องทำแทนที่จะเป็นอย่างงั้น น่าจะเป็นการใช้โอกาสเท่าที่มี พยายามอย่างเต็มที่ต่อไป แปลกเนอะ
ทำไมตัวเองหายไปนาน เหตุผลนึงที่หายไปนานก็คือ ย้าย blog ตัวเองไปอยู่ในบอร์ดภาค ไปโพสเรื่องที่ตัวเองอยู่ในบอร์ดภาคซะเยอะ เดี๋ยวเอาไว้ว่าง ๆ จะย้ายเรื่องตรงนั้น มาอยู่ตรงนี้ด้วย เป็นการบันทึกว่าวันหนึ่ง ตัวเองเคยมีแนวคิดอย่างงั้น เรื่องที่ตัวเองโพสแล้วรู้สึกว่าขัดหูขัดตามากที่สุด
คือเรื่องที่ไปว่าคนอื่นเขาว่าไปดูถูกประชาชน ซึ่งไม่ควรเนอะ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อน เป็นคนที่ดูถูกทุกคนรอบตัว ไม่เคยเห็นคนที่ต่ำกว่าตัวเองอยู่ในสายตา แต่เดาว่า สิ่งที่ทำให้ตัวเองเปลี่ยนไป ก็คงเป็นการทำงานชมรมหุ่นยนต์ ต้องทำงานอยู่กับคนที่อยู่สูงกว่า สูงจนบางทีก็คิดว่า แล้ววันนึง เราจะเอื้อมถึงตรงนั้นได้หรือเปล่า ประสิทธิภาพทั้งหมดของเรา จะไปถึงตรงนั้นได้ไหม แล้วก็รู้สึกท้อในการที่จะสู้ต่อบ่อยมาก เมื่อความรู้สึกท้อเกิดขึ้นบ่อย ๆ เลยกลายเป็นความเห็นใจคนอื่น โอเคหละ
เราบ่นเรื่องตัวเองมานานแล้ว การแข่งขันก็จบลงแล้วหละ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้มันจบลงได้ แม้ว่าจะจบด้วยการคาใจ และความไม่สมบูรณ์ ขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ และ อาจารย์ทุกคน ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ครับ แปะเพลงอีกแล้ว
เนื้อเพลง: ทำทุกอย่าง
อัลบั้ม: ศิรศักดิ์ อยากจะเป็นฟ้าใส จะส่งแดดไปให้เธอ รอเวลาได้เจอใกล้เธอทุกวัน
อยากเป็นเหมือนดาวดวงหนึ่ง ที่คอยเฝ้าเตือนดวงหนึ่งซึ่งผูกพัน อยากจะเป็นเมฆขาว ติดตามเรื่องราวของเธอ คอยดูแลเสมอไม่ยอมเหินห่าง
จะเป็นสายลมเย็นฉ่ำ เป็นคนนำทางในยามที่เธอท้อใจ ก็อยากจะทำอะไรๆให้เธอ ก็อยากให้เจอแต่สิ่งดีๆทุกอย่าง
ก็อยากจะคอยติดตามเธอไปทุกเส้นทาง (ขอทำทุกอย่าง ให้ฉันได้มาใกล้เธอ/ฉันทำทุกอย่าง ไม่ห่างไปไหน) ไม่เคยต้องการสิ่งใดของเธอ ไม่เคยถามไม่มีเงื่อนไข
และไม่รู้ทำไม ว่าเหตุผลใดที่ทำอย่างนี้ ก็อยากจะทำอะไรๆให้เธอ ก็อยากให้เจอแต่สิ่งดีๆทุกอย่าง
ก็อยากจะคอยติดตามเธอไปทุกเส้นทาง (ขอทำทุกอย่าง ให้ฉันได้มาใกล้เธอ/ฉันทำทุกอย่าง ไม่ห่างไปไหน) ก็อยากจะทำอะไรๆให้เธอ ก็อยากให้เจอแต่สิ่งดีๆทุกอย่าง
ก็อยากจะคอยติดตามเธอไปทุกเส้นทาง (ขอทำทุกอย่าง ให้ฉันได้มาใกล้เธอ/ฉันทำทุกอย่าง ไม่ห่างไปไหน) ก็อยากจะทำอะไรๆให้เธอ ก็อยากให้เจอแต่สิ่งดีๆทุกอย่าง
ก็อยากจะคอยติดตามเธอไปทุกเส้นทาง (ขอทำทุกอย่าง ให้ฉันได้มาใกล้เธอ/ฉันทำทุกอย่าง ไม่ห่างไปไหน) จบดีกว่า อาทิตย์นี้จะว่างบ้าง ก็อาจจะเข้ามาเขียน blog บ่อย ชดเชยที่ไม่ได้เขียนนาน |
|
|