Vorapong's profileMR.T's blogBlog Tools Help

Blog


    October 29

    ประสบการณ์การบวช

    เอาละ
    ได้เวลาเขียน blog ซะที
    เรื่องดี ๆ อย่างนี้ไม่อยากปล่อยไป
    ตอนนี้จริง ๆ ก็ไม่ได้ว่างหรอกนะ
    แต่ว่างาน grid file ที่ทำอยู่มัน bug แบบไม่รู้จะแก้ตรงไหน
    ติดต่อ แน็คก็ไม่ได้
    ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เริ่มเขียนประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก ๆ ช่วงนึงของชีวิตละเนอะ
     
    บทนำ ก่อนที่จะเข้าสู่เพศบรรพชิต
     
    มีคำถามที่ถามตัวเองอยู่ตลอดเวลา
    ทำไมถึงมาบวชเอาช่วงนี้
    ช่วงที่ควรจะมีงานมากมาย
    ปั่น senior project เยอะแยะ
    คำตอบก็คือ
     
    1. ถ้าไม่บวชตอนนี้ก็ไม่รู้จะบวชตอนไหนแล้วหละ
    เพิ่งจะอายุ 20
    แล้วเดือนเมษานี้ก็ต้องไปเรียนที่ญี่ปุ่น
    พอไปเรียนที่ญี่ปุ่นแล้วก็ไม่รู้จะมีเวลาว่างมาก - น้อยแค่ไหน
    ถ้าไม่มีเวลาว่างเลย
    มันก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสจริง ๆ จัง ๆ มีเวลาที่ยังสมมติว่าว่างได้อีกเดือนเต็ม ๆ ได้อีกเมื่อไร
     
    2. เราเรียนปรัชญานู่นปรัชญานี่มาก็มาก
    แต่ก็ไม่เคยคิดจะศึกษาพระพุทธศาสนา
    ซึ่งเป็นรากฐานของแนวคิดความเชื่อของคนไทย
    ชาติบ้านเกิดเราเอง อยากเรียน อยากรู้ พวกนี้
    เพราะถ้าไม่มีอะไรอย่างนี้ติดเอาไปญี่ปุ่นเลย
    ก็มีโอกาสมากที่จะโดนกลืนวัฒนธรรมเข้าไว้ให้เป็นคนญี่ปุ่นไปซะอย่างนั้น
     
    3. ตอนที่ทำ robocup เมื่อประมาณช่วงมีนา - มิถุนา
    ทำอะไรก็ดูจะผิดไปหมดเลยน่อ
    ได้ยินพี่ช้างพูดว่า "เฮ้ย ไปเข้าวัดนั่งสมาธิฝึกสติมั่งดีกว่าม้างงงงงงง"
    เห็นว่าจริง
    เพราะว่าช่วงนี้ก็ว่างเว้นจากการเจริญสติ เจริญภาวนามานานแล้ว
    สติก็ไม่ค่อยจะอยู่กับตัวเอง คอยจะเอาสติไปเที่ยวฝากไว้กับคนนู้นที คนนี้ทีอยู่เรื่อย
    ก็เลยขอคุณแม่บวช
     
    4. เคยไปวัดแห่งหนึ่งตั้งแต่เด็ก
    ประทับใจตั้งแต่ป้ายหน้าวัดว่า
    ที่นี่ไม่ให้รับทำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เครื่องปลุกเสก ของขลัง
    ที่นี่พระไม่จับเงินไม่ว่าจะใส่ซองหรือไม่ใส่ มาในรูปแบบไหน
    วัดอยู่ในป่าพื้นที่มากกว่า 50 ไร่
    พระที่นี่ใช้ชีวิตเรียบง่ายมาก
    (เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังตอนบวชเป็นพระละกันว่าเรียบง่ายยังไง)
    เอาเป็นว่าดูแล้วน่าเคารพเลื่อมใสมาก ๆ
    อยากเข้าไปอยู่ในสังคมนั้น
    วัดนั้นชื่อ "อุตรดิตถ์ธรรมาราม" หละ
    แต่คนเขาจะเรียกสั้น ๆ กันว่า "วัดแม่เฉย"
    เราได้ไปจำวัดที่นั่นด้วย 1 คืน
    เขียนไปเรื่อย ๆ คงได้มีบทที่พูดถึงวัดแม่เฉย ที่เราได้ไปตั้งแต่เด็กแน่ ๆ
    แต่ว่าตอนนี้วัดแม่เฉยยังเดินทางไปไม่สะดวก
    แล้วก็จัดพิธีอุปสมบทไม่ได้เพราะไม่มีโบสถ์
    เราจึงเลือกไปบวชที่ "วัดแพร่ธรรมาราม" (ต่อไปจะเรียกว่า วัดแพร่ นะ)
    ซึ่ง "วัดแม่เฉย" เป็นสาขาของวัดแพร่อยู่
     
    5. ตอนเดินทางไปวัดแพร่มันต้องนั่งรถไฟเนาะ
    แล้วก็นั่งรถไฟไปถึงทางโน้นประมาณเช้า ๆ
    ตื่นขึ้นมาเห็นทิวทัศน์ภูเขารอบ ๆ รถไฟตอนเช้า
    รู้สึกดีมาก ๆ ๆ ๆ เลยหละ
    เราเกิดทางเหนือ
    จะไปโรงเรียนก็ผ่านภูเขา
    จะไปทางไหนก็เป็นภูเขา
    น่าแปลกที่เราไม่ได้ไปมาตั้งนานแล้วหละ
    ตั้งแต่ trip ภาคที่ราชบุรีตอนปี 3 หละมั๊ง
    ไม่น่าเชื่อเนาะ
    แค่ได้เห็นทิวทัศน์รอบ ๆ รถไฟ ที่มีต้นไม้ ภูเขาเข้าหน่อย
    ความเครียดที่เกิดขึ้นจากการสอบ ทำ project
    มันหายไปหมดทันทีเลย
    น่าแปลกน่อ
    เราเล่นเกม ดูทีวี เล่นเน็ตไปตั้งเยอะ
    ความเครียดมันไม่หาย
    แค่นั่งรถไฟสายเหนือผ่านป่า ผ่านภูเขาหน่อย รู้สึกดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อเลยหละ
    เลยตัดสินใจละถ้าจะบวชก็บวชวัดแพร่นี่แหละ
    อยู่ในป่าในเขา หลบหนีผู้คนดี
    (วัดแพร่เป็นวัดป่า สายปฏิบัติ น่อ หลังจากบวชแล้วเราถึงรู้ว่าวัดที่อยู่ในป่าหลบหนีผู้คน มากกว่าวัดแพร่ยังมีอีกเยอะทีเดียว)
     
    เข้าไปถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย
    วัดก็ไม่เคยมา
    แต่มีเด็ก ๆ พาไปพบรักษาการณ์เจ้าอาวาส
    (เจ้าอาวาสคือพระอาจารย์กัณหา ไม่อยู่ ไปจำพรรษาที่จังหวัดเชียงใหม่)
    นั่นคือ พระอาจารย์บุญมี
    ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจก่อนมา
    แต่พอได้ยินว่ามีจังหวะจะบวชวันที่ 12 ตุลา
    ก็เลยเขียนใบสมัครจนเสร็จเรียบร้อยซะงั้น
    แล้วก็กราบลากลับกรุงเทพ
    ไปสอบต่ออีกวิชานึง (ตอนนั้นยังสอบไม่เสร็จเลย)
    แล้วก็ปั่นโปรเจ็กต์ที่เหลืออีก 3 วิชาคือ se asr และ adv dat structure
    สุดท้ายแล้วยังไม่เสร็จเลยหละ
    แต่ก็ทิ้งไว้ให้คนทางโลกทำต่อกินแรงเขาต่อไป ขอโทษด้วยน้า -/\-
     
    แน็คมาแล้วหละเด๋วมาเริ่มบทที่ 1 อีกทีน้า
    October 01

    สะเปะสะปะ

    วันนี้อยากอัพเพราะว่าเวลามันชวนให้อัพแหละ
    คิดว่าหลังจากวันนี้คงไม่มีโอกาสอัพอีกนานพอดู
     
    ก็เลยมาอัพไว้ว่าผมยังมีตัวตน
    บล๊อกนี้ยังไม่ร้าง
    เจ้าของยังขยันหมั่นเพียรมาอู้ที่นี่ได้อย่างต่อเนื่อง
    ไม่ไปไหน
     
    ขอบคุณ หมู เล่ย รัดจิ และ เต้ ที่ช่วยมา comment ให้ใน blog ที่แล้วนะ
     
    ทุกทีก่อนเขียน blog เนี่ย
    จะคิดมาก่อนเล็กน้อยว่าจะเขียนอะไรบ้าง
    แต่วันนี้ไม่ได้คิดมาก่อนแฮะ
    เขียนเพราะสมัครใจอยากเขียนเอง
     
    วันนี้เพิ่งสังเกตแหละว่า
    ที่ link ไปที่บล๊อกอื่นของบล๊อกรัดจิ
    ได้แก้ประเภทของ blog เราแล้ว
    เปลี่ยนจาก "เพ้ออีกราย อ่านแล้วเพลินดี"
    เป็น "หนังสือต้นผจญภัย ออกแนวดราม่านิด ๆ "
    เหอ ๆ
    blog เรากลายเป็นแนว drama ตั้งแต่เมื่อไหร่
    ไม่เคยมี พระเอก นางเอก ตัวโกง นางอิจฉา ตัวประกอบ
    ไม่เคยมีบทรักหวานซึ้งรัญจวนใจ
    พระเอกก็ไม่เคยโดนนางอิจฉายุจนต้องมาระบายอารมณ์ตบจูบตบจูบใส่นางเอก
     
    จะว่าไปแล้วออกเป็นแนว ๆ โรแมนติกคอมเมดี้น่าจะดีกว่านะ
    (โรแมนติก ตรงไหน แล้วก็ คอมเมดี้ตรงไหนเนี่ย)
    พูดถึงโรแมนติก
    มันเป็นเรื่องที่ที่บ้านก็บอกมาตั้งแต่ยังเล็กเลยนะ
    ว่า............แกเนี่ยมันเป็นผู้ชายที่ไร้ความโรแมนติกสิ้นดี
    เชื่อมะว่าเป็นคนที่สามารถจำวันเกิดของทุกคนที่เคยรู้ว่าเกิดวันไหนได้
    แต่พอเอาเข้าจริง ๆ พอถึงวันนั้นก็ลืมทักทุกที (ไม่อยากใช้ organizer อะไรทั้งนั้นเพราะของแบบนี้มันเป็นเรื่องของความโรแมนติกอะ)
    เชื่อมะว่าคิดว่าตัวเองเป็นคนอ่านสังเกตหน้าคนได้เก่งมาก รู้ได้ว่าใครกำลัง ดีใจ เสียใจ เศร้า กังวล เครียด อยู่
    แต่ก็ไม่เคยจะทำอะไรกับข้อมูลพวกนี้ให้มันถูกจังหวะ ถูกโอกาสซักกะที
    ความเป็นคนโรแมนติกนี่มันฝึกกันยากมะ
    อยากฝึกจัง
     
    อืม
    เขียนไรดีอะ
    เอาเป็นประมาณนี้ดีมะ
     
    "10 ดาราหญิงขวัญใจของต้น"
    ไม่ดี ๆ มันดู specific เกินไป
    เด๋วทุกคนจะตะลึงในรสนิยมของต้น
     
    "10 หนังสือที่ต้นชอบอ่าน"
    มันดูเหมือนการบ้านในมหาลัยมากไปนะ
    แล้วทุกคนก็คงพอจะเดาออกอยู่ดี
     
    "10 เรื่องที่อยากขอโทษทุกคนมากที่สุด"
    เดี๋ยวก็มีคนด่าว่าเป็นเด็กมีปัญหาทำตัว innocent อีก
     
    "10 blog แนะนำ"
    เฮ้ย อันนี้ต้อง censor เด๋วจะมีคนรู้ว่าต้นแอบอ่าน blog ชาวบ้านเขาทั่วไปหมด
     
    "10 ข้อสอบที่ชอบมากที่สุด"
    อืม บอกไปเพื่อน ๆ ก็คงจะว่าว่าซาดิสม์ มาโซคิคต์ เปล่า ๆ
     
    อ้อ ก่อนจบเพื่อนเรา (สน) ฝากประกาศหาคนทำเว็บ
    โดยใช้เครื่องมือคือ php javascript mysql ajax
     
    ตัวอย่างของเว็บที่บริษัทเขาทำอยู่
    ก็เกี่ยวกับการ search ๆ หา content ต่าง ๆ ใน internet หละ
    น่าสนใจเหมือนกันนะ
    งานที่เหลือตอนนี้ก็เกี่ยวกับการ coding แล้วก็เพิ่มเติม feature ต่าง ๆ
    เขาทำกันเป็นบริษัทหละ หาคนทำ part-time หรือ full-time อยู่มั๊ง
     
    จบละสั้นดีมะ blog วันนี้
     
    ชื่อเพลง/Title : นกกระดาษ
    อัลบัม/Album : The Messages
    ศิลปิน/Artist : แดน
     
    --------------------------------------------------------------------------------
    เนื้อร้อง
    * พับเป็นนกไปอวยพรให้เธอหาย
    เจ็บแค่ไหนจะบรรเทาจนหายดี
    ฝากเป็นนกกระดาษไปให้ช่วยรักษา
    เธอต้องดีขึ้นมาอยู่เคียงข้างกันอย่างเดิม
    ข่าวมาได้ฟังข่าวมาว่าเธอไม่สบาย
    ห่วงเธอเจ็บป่วยแบบนี้ ฉันทุกข์ใจ
    ฉันอยากป่วยแทน เจ็บแทนเธอรู้ไหม
    ฉันนั้นห่วงเธอเหลือเกิน
    พรไหนความเชื่อแบบไหนช่วยเธอหายดี
    เพลงนี้พับเพลงเป็นนกส่งให้เธอ
    หางและปีกมาด้วยศรัทธาของฉัน
    นกกระดาษนั้นฉันให้เธอ
    (*)
    หวังไว้ว่าอีกไม่นานเธอก็หายดี
    เพลงนี้ฉันฝากกับนกไปให้เธอ
    ขอนกกระเรียนโปรดช่วยเธอของฉัน
    ให้ไม่กี่วันก็แข็งแรง
    (*)
    อยู่เคียงข้างฉันดังเดิม(ฉันขอพร)